คู่มือแนะนำมือใหม่หัดใช้ Streaming Pro ฉบับเป็นเร็วใน 1 วัน

บทคัดย่อ

  • Streaming Pro เป็นแพลตฟอร์มหลักสำหรับการเทรดหุ้น ที่มีให้ใช้งานในทุกโบรกเกอร์
  • Streaming Pro มีฟีเจอร์ใช้งานหลากหลาย ตั้งแต่การติดตามราคา ดูข้อมูลหุ้นรายตัว การส่งคำสั่งซื้อขาย สรุปคำสั่งซื้อขายประจำวัน และการจัดการพอร์ต
  • Streaming Pro รองรับการส่งคำคำสั่งแบบ Market Price, Limit Order และ ATO/ATC ที่ช่วยให้เทรดเดอร์ตั้งเงื่อนไขการส่งคำสั่งได้หลากหลาย

การเทรดหุ้นต้องอาศัยความแม่นยำ ซึ่ง Streaming Pro คือแพลตฟอร์มมาตรฐานที่ทุกโบรกเกอร์มีให้ใช้ สามารถติดตามตลาดแบบเรียลไทม์ ส่งคำสั่งซื้อขาย และบริหารพอร์ตได้สะดวก บทความนี้จะพาคุณไปปูพื้นฐานการใช้งานแพลตฟอร์ม Streaming Pro ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงการส่งคำสั่งซื้อขายแบบต่าง ๆ ให้คุณใช้งานได้อย่างคล่องแคล่ว ส่งคำสั่งได้แม่นยำ และนำไปประยุกต์ใช้กับการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1. ทำความรู้จัก Streaming Pro

Streaming Pro เป็นโปรแกรมซื้อขายหลักทรัพย์ที่พัฒนาโดยบริษัท เซ็ทเทรด ดอท คอม จำกัด (SETTRADE.COM) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ที่มาของแอปพลิเคชัน Streaming

  • พัฒนาโดยบริษัทในเครือตลาดหลักทรัพย์: Streaming ถูกพัฒนาขึ้นโดย SETTRADE.COM ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการซื้อขายหลักทรัพย์
  • ตอบโจทย์ความต้องการเทรดเดอร์: ในอดีต เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ต้องทำการซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ ทำให้เกิดความล่าช้าและไม่สะดวก Streaming จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้เทรดเดอร์สามารถซื้อขายหลักทรัพย์ได้ด้วยตนเองผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  • เริ่มด้วยการเทรดหุ้นและตามมาด้วยการเทรดอนุพันธ์: Streaming เริ่มจากการให้เทรดหุ้น และตั้งแต่ปลายปี 2552 เริ่มให้บริการซื้อขาย TFEX โดยเน้นการใช้งานบน iOS ก่อน แพลตฟอร์มยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
1. ทำความรู้จัก Streaming Pro

Figure 1 Streaming เป้นแพลตฟอร์มหลักที่ใช้เทรดหุ้นสำหรับเทรดเดอร์ไทย

2. ภาพรวม Streaming Pro

Streaming มีภาพรวมการใช้งานในหน้าหลัก ได้แก่

  1. Market – ส่วนนี้ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถติดตามภาพรวมของตลาดได้แบบเรียลไทม์ เลือกเปลี่ยนได้ระหว่าง SET, SET50, SET100, MAI และดัชนีต่าง ๆ ที่ตลาดหลักทรัพย์จัดอันดับไว้
  2. Watchlist – ฟังก์ชันนี้ช่วยให้คุณสามารถติดตามราคาหุ้นรายตัว โดยสามารถสร้างรายการส่วนตัวเพื่อตรวจสอบราคาล่าสุด การเปลี่ยนแปลงของราคา และปริมาณการซื้อขายได้สะดวก หรือปรับเลือกเป็นรายการจัดอันดับหุ้นหรือดัชนีในตลาด SET และ TFEX ได้ด้วย
  3. Quote – เป็นส่วนที่ใช้ดูรายละเอียดของหุ้นรายตัวอย่างคร่าว ๆ (ดูรายละเอียดเพิ่มได้ตรงแถบ Quote ด้านบน) ส่วนนี้จะช่วยให้เห็นข้อมูลเชิงลึก เช่น Bid/Offer ราคาเปิด-ปิด ราคาสูงสุด-ต่ำสุด และข้อมูลสำคัญอื่นๆ ที่ช่วยให้คุณวิเคราะห์พฤติกรรมของราคาหุ้นได้แม่นยำขึ้น
  4. Port Summary – เป็นส่วนสรุปพอร์ตการลงทุนอย่างคร่าว ๆ ว่าบัญชีมีวงเงินและเงินทุนคงเหลือในบัญชีเท่าไหร่
  5. Order – เป็นส่วนที่ใช้ส่งคำสั่งซื้อ (Buy) หรือขาย (Sell) โดยมีตัวเลือกประเภทคำสั่ง เช่น Market Order, Limit Order, ATO หรือ ATC ให้เทรดเดอร์เลือกใช้ส่งคำสั่งได้ตามเงื่อนไขที่ต้องการ และยังเป็นส่วนที่แสดงออเดอร์ทั้งหมดที่ส่งเข้าไปที่ตลาดในวันนั้นๆ ด้วย
  6. Ticker – เป็นรายการแสดงธุรกรรมที่เกิดขึ้นในตลาดแบบเรียลไทม์ ช่วยให้เทรดเดอร์ติดตามความเคลื่อนไหวของการซื้อขาย และวิเคราะห์แนวโน้มได้ว่าตลาดกำลังเคลื่อนไหวไปในทิศทางไหน
2. ภาพรวม Streaming Pro

Figure 2ภาพรวม Streaming Pro ประกอบด้วย ภาพรวมตลาด WatchList ภาพรวมพอร์ต Quote การจัดการคำสั่งซื้อขาย และ Ticker

3. การส่งคำสั่งซื้อขาย

1. Market Price

คำสั่ง Market Price หรือ “การซื้อขายที่ราคาตลาด” คือ การส่งคำสั่งซื้อขายที่ ราคาตลาดปัจจุบัน ณ เวลานั้น โดยเทรดเดอร์จะไม่ระบุราคาที่ต้องการซื้อขาย แต่จะให้ระบบจับคู่คำสั่งซื้อขายกับราคาที่ดีที่สุดในตลาด ณ ขณะนั้นทันที ใน Streaming มี 2 แบบ คือ

  • MP-MKT คือ Market Price Market ซึ่งหมายถึงการซื้อขายที่เกิดขึ้นในราคาตลาดปัจจุบันโดยไม่ตั้งคำสั่งล่วงหน้า
  • MP-MTL คือ Market Price with Minimum Trade Lot ซึ่งหมายถึงการซื้อขายในราคาตลาดปัจจุบัน โดยมีขนาดการซื้อขายขั้นต่ำตามที่กำหนด

Market Price ใช้ในกรณีไหน?

  • ต้องการซื้อขายทันที: มั่นใจว่าเกิดการซื้อขายตามจำนวนที่ต้องการแน่นอน
  • ราคาไม่สำคัญ: จะรู้ราคาเมื่อจับคู่เสร็จ

ตัวอย่างการใช้คำสั่ง Market Price

สมมติว่าคุณต้องการซื้อหุ้น PTT จำนวน 1,000 หุ้นทันที โดยไม่เกี่ยงราคา จะใช้คำสั่ง MP วางออเดอร์ได้โดย

  1. กด “Buy” (หากต้องการขายให้กด “Sell”) และเลือกหุ้น PTT
  2. ใส่จำนวนหุ้นที่ต้องการซื้อ เช่น 1,000 หุ้น
  3. เลือกประเภทคำสั่งเป็น “MP-MKT/MP-MTL”
  4. กดยืนยัน Buy

ผลลัพธ์

  • ระบบจะส่งคำสั่งซื้อตามจำนวนหุ้นที่ต้องการ และจับคู่การซื้อให้ที่ราคาตลาดทันที
  • ราคาที่ได้จะขึ้นอยู่กับราคา Offer ที่มีอยู่ในขณะนั้นซึ่งอาจเป็นราคา 31.75 บาท หรืออาจมีการกวาดราคาสูงขึ้นไปหากจับคู่ไม่หมดตามเงื่อนไขที่วาง (MP-MKT/MP-MTL)

ข้อควรระวังในการใช้ Market Price

  • ความเสี่ยงด้านราคา: ราคาที่ซื้อขายจริงอาจแตกต่างจากราคาตลาดที่เห็นในตอนแรก เนื่องจากราคาตลาดมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
  • ความผันผวน: ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน ราคาอาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ราคาที่ซื้อขายจริงอาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
ข้อควรระวังในการใช้ Market Price

Figure 3 การส่งคำสั่งซื้อขายที่ราคาตลาด MP ทำได้โดยเลือกเงื่อนไข MP-MKT/MP-MTL แล้วกดยืนยัน

2. Limit Order

คำสั่ง Limit Order หรือ “การตั้งรอ” คือ คำสั่งที่ถูกส่งเข้าไปเพื่อรอจับคู่ในตลาด โดยฝั่งที่ส่งคำสั่งซื้อจะส่งคำสั่งซื้อ (Bid) แบบ Limit Order ที่มีต่ำกว่าราคาตลาด ขณะที่ฝั่งขายจะส่งคำสั่งเสนอขาย (Offer) แบบ Limit Order ที่ราคาสูงกว่าตลาด จากนั้นระบบจะจับคู่คำสั่งเมื่อราคาตลาดถึงหรือดีกว่าราคาที่ตั้งไว้ ช่วยให้เทรดเดอร์ควบคุมราคาซื้อขายได้แม่นยำ แต่ไม่รับประกันการจับคู่คำสั่งทันที

Limit Order ใช้ในกรณีไหน?

  • ต้องการซื้อขายด้วยราคาที่แม่นยำ: มีการจำกัดราคาที่ต้องการไว้แน่นอน
  • ต้องการต่อรองราคา: ต้องการให้ได้ราคาที่ดีกว่าราคาตลาด โดยเผื่อใจแล้วว่าคำสั่งซื้อขายอาจไม่ถูกยืนยัน

ตัวอย่างการใช้ Limit Order

สมมติว่าคุณต้องการซื้อหุ้น ADVANC ที่ราคาไม่เกิน 250 บาท และต้องการให้คำสั่งรอจนกว่าจะมีผู้ขายที่ราคานี้

  1. กด “Buy” (หากต้องการขายให้กด “Sell”) และเลือกหุ้น ADVANC
  2. เลือกประเภทคำสั่งเป็น “Limit”
  3. ใส่จำนวนหุ้นที่ต้องการซื้อ เช่น 1,000 หุ้น
  4. กำหนดราคาซื้อเป็น 250 บาท
  5. กดยืนยัน Buy

ผลลัพธ์

  • ระบบจะส่งคำสั่งซื้อที่ราคา 250 บาท และตั้งรอจนกว่าจะมีผู้ขายให้ที่ราคานี้
  • ถ้ามีผู้คนส่งคำสั่งขายที่ราคา 250 บาท หรือถูกกว่า คำสั่งจะถูกจับคู่และดำเนินการ
  • ถ้าราคาตลาดไม่ลงมาถึง 250 บาท คำสั่งจะยังไม่ถูกดำเนินการจนกว่าราคาจะลดลงมาตามที่กำหนดหรือถูกยกเลิกไปเมื่อสิ้นวัน

ข้อควรระวังในการใช้ Limit Order

  • ม่รับประกันการจับคู่: คำสั่ง Limit Order อาจไม่ได้รับการจับคู่ หากราคาตลาดไม่เคลื่อนที่มาถึงราคาที่กำหนด
  • อาจพลาดโอกาส: หากราคาตลาดเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงกันข้าม เทรดเดอร์อาจพลาดโอกาสในการซื้อขาย
ข้อควรระวังในการใช้ Limit Order

Figure 4 การส่งคำสั่งซื้อขายแบบ Limit ทำได้โดยเลือก ราคา และกดยืนยัน

3. ATO/ATC

คำสั่ง ATO (At The Open) และ ATC (At The Close) เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการซื้อขายหุ้นในช่วงเปิดและปิดตลาด โดยคำสั่ง ATO ใช้สำหรับการจับคู่ราคาที่ดีที่สุดในช่วงเปิดตลาด ขณะที่คำสั่ง ATC ใช้สำหรับการจับคู่ราคาที่ดีที่สุดในช่วงปิดตลาด ทั้งสองคำสั่งนี้ไม่มีการกำหนดราคาซื้อขายล่วงหน้า แต่จะถูกจับคู่ตามราคาเปิดหรือราคาปิดของตลาด

ATO/ATC ใช้ในกรณีไหน?

  • ต้องการซื้อหรือขายหุ้นให้แน่ใจว่าคำสั่งถูกจับคู่ในช่วงเปิดหรือปิดตลาด
  • ต้องการให้คำสั่งจับคู่ที่ราคาตลาดเปิด (ATO) หรือราคาตลาดปิด (ATC) โดยไม่ต้องตั้งราคาล่วงหน้า

ตัวอย่างการใช้ ATO/ATC

สมมติว่าคุณต้องการซื้อหุ้น KTB ในช่วงปิดตลาดโดยใช้คำสั่ง ATO

  • กด “Buy” (หากต้องการขายให้กด “Sell”) และเลือกหุ้น KTC
  • เลือกประเภทคำสั่งเป็น “ATO”
  • ใส่จำนวนหุ้นที่ต้องการซื้อ เช่น 1,000 หุ้น
  • กดยืนยัน

ผลลัพธ์

  • ระบบจะส่งคำสั่งซื้อลงไปและจับคู่กับราคาที่ดีที่สุดของตลาดในช่วงเปิดตลาด
  • ราคาซื้อขายจะขึ้นอยู่กับ ราคาเปิด ของหุ้น KTB ในวันนั้น
  • ถ้าคำสั่งไม่สามารถจับคู่ได้ในช่วงเปิดตลาด คำสั่ง ATO จะถูกยกเลิก

ข้อควรระวังในการใช้ Limit Order

  • ไม่รู้ราคาที่แน่นอนล่วงหน้า: คำสั่งจะจับคู่กับราคาตลาดเปิด (ATO) หรือราคาตลาดปิด (ATC) ที่เป็นการสุ่มคำนวณจากคำสั่งซื้อขายที่ถูกส่งเข้ามาในช่วง Call Market ซึ่งอาจแตกต่างจากราคาที่คาดหวัง
  • อาจเกิด Slippage: หากมีแรงซื้อหรือขายสูง อาจได้ราคาที่ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ
  • คำสั่งอาจถูกยกเลิก: หากไม่มีราคาตลาดเปิด (ATO) หรือปิด (ATC) ในวันนั้น คำสั่งจะไม่ถูกจับคู่และถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ
ข้อควรระวังในการใช้ Limit Order

Figure 5การส่งคำสั่งซื้อขายแบบ ATO/ATC ทำได้โดยเลือก ATO ในช่วงเปิดตลาด หรือ ATC ในช่วงปิดตลาด แล้วกดยืนยัน

4. การจัดการพอร์ตและสรุปการซื้อขาย

สำคัญที่ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถวิเคราะห์และบริหารพอร์ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในส่วนนี้จะมี 3 ฟังก์ชันหลักที่ควรรู้ ได้แก่

  1. Portfolio Cost – เป็นการสรุปสถานะรวมของพอร์ตที่ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมการลงทุนทั้งหมดว่าถือหุ้นตัวไหนอยู่เป็นจำนวนเท่าไหร่บ้าง และเป็นส่วนที่แสดงราคาต้นทุนและราคาตลาดเพื่อให้ประเมินผลกำไรหรือขาดทุนในพอร์ต (Unrealized P/L) ได้เป็นปัจจุบัน
  2. Deal Summary – เป็นส่วนที่ใช้สรุปรายการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในวันนั้น รวมถึงราคาซื้อ-ขาย ปริมาณที่เทรด และกำไร/ขาดทุนที่เกิดขึ้นจริง (Realized P/L) ทำให้เทรดเดอร์สามารถติดตามผลการเทรดในแต่ละวัน รวมถึงจัดการเงินทุนสำหรับชำระราคาได้แม่นยำขึ้น
4. การจัดการพอร์ตและสรุปการซื้อขาย

Figure 6 ส่วนการจัดการพอร์ตของ Streaming Pro ประกอบด้วยภาพรวมพอร์ต และ สรุปการซื้อขายประจำวัน

สรุป

Streaming เป็นแพลตฟอร์มพื้นฐานสำหรับการเทรดหุ้นที่พัฒนาโดย SETTRADE.COM รองรับการติดตามตลาด การส่งคำสั่งซื้อขาย และการบริหารพอร์ตได้อย่างครบๆ มีฟังก์ชันการซื้อขายที่หลากหลาย เช่น Market Price, Limit Order และ ATO/ATC ที่ช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเลือกเงื่อนไขการส่งคำสั่งได้ตรงตามความต้องการ บทความนี้ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้งาน Streaming Pro แบบเบื้องต้น ให้เทรดเดอร์มือใหม่เริ่มต้นใช้งานได้แบบตอบโจทย์และตรงตามความต้องการได้แบบที่ไม่ต้องใช้เวลานาน

อ้างอิง